ถูกพ่อด่าเล่นแต่โทรศัพท์-ไม่ทำการบ้าน คว้ามีดแทงดับ




ผู้โพส! : admin
ดูรายละเอียดผู้โพส!
 อาชญากรรม  
ถูกพ่อด่าเล่นแต่โทรศัพท์-ไม่ทำการบ้าน คว้ามีดแทงดับ
  • 0 ตอบ
  • 166 อ่าน
« admin»เมื่อ: ธันวาคม 07, 2563, 11:15:48 PM »


ม.3 "พัฒนาการช้า" ถูกพ่อด่าเล่นแต่โทรศัพท์-ไม่ทำการบ้าน คว้ามีดแทงดับ

สลดใจ ลูกชายม.3 เป็นเด็กพัฒนาการล่าช้า โดนพ่อต่อว่า “วันๆเอาแต่เล่นโทรศัพท์ ไม่ยอมทำการบ้าน” ก่อนทำท่าเหมือนจะตี จู่ๆ คว้ามีดปลายแหลมแทงสวนพ่อบังเกิดเกล้าดับสลด หลังก่อเหตุนั่งรอมอบตัวอยู่ในบ้าน ตำรวจต้องนำตัวไปกราบขอขมาศพพ่อ คุมตัวดำเนินคดี  เมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 7 ธันวาคม 2563 ร.ต.อ.วิสิทธิ์ ประเสริฐโชคประชา รอง สว.(สอบสวน) สภ.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 118/2 หมู่ 5 ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สุรวุฒิ เจริญจิตร ผกก.สภ.กรับใหญ่ พ.ต.ท.สุรัตน์ ประทุมแก้ว รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี  ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวอยู่ติดริมถนนเส้นทางหนองเสือ-หนองกลางด่าน ภายในครัวหลังบ้านพบร่างนายทศพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118/2 หมู่ 5 ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง สภาพถูกอาวุธมีดแทงเข้าใต้รักแร้ด้านซ้าย 1 แผล นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ภายในบ้านพบคราบเลือดหยดเต็มพื้นบ้าน ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ นายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 15 ปี (เป็นเด็กพัฒนาการล่าช้า) นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บ้านโป่ง มือมีดเป็นลูกชายของผู้ตาย นั่งรอมอบตัวอยู่ในบ้าน พร้อมอาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุตที่ใช้ก่อเหตุ



จากการสอบสวนนางปุ๋ย (ขอสงวนนามสกุล) แม่ของผู้ตายให้การว่า นายเอ็ม ผู้ก่อเหตุเป็นหลานที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก เพราะพ่อกับแม่เลิกกัน ก่อนเกิดเหตุนายทศพลผู้ตาย ซึ่งเป็นลูกชายตนกลับมาบ้าน เห็นนายเอ็มลูกชายกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ จึงเข้าไปต่อว่า “วันๆเอาแต่เล่นโทรศัพท์ ไม่ยอมทำการบ้าน” และทำท่าเหมือนจะตีลูก เป็นจังหวะเดียวกับนายเอ็มซึ่งเป็นหลานใช้มีดที่วางอยู่ข้างตัวแทงสวนไปหนึ่งครั้ง ตนเห็นเหตุการณ์จึงรีบเข้าไปห้ามหลาน ก่อนผู้ตายจะเดินกระเสือกกระสนไปล้มลงในครัวจนเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายเอ็ม ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปกราบขอขมาศพพ่อ และคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา ข่าวไทยรัฐ